FIFO หรือถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ ร้านค้าออนไลน์ควรคิดต้นทุนสินค้าแบบไหน
อัปเดตล่าสุด
ทุกครั้งที่ขายสินค้าได้หนึ่งชิ้น ในบัญชีต้องมีต้นทุนของชิ้นนั้น แต่ถ้าสินค้าเดียวกันซื้อมาหลายราคา จะใช้ราคาไหน วิธีคิดต้นทุนคือคำตอบของคำถามนี้ และมันเปลี่ยนทั้งกำไรขั้นต้น มูลค่าสต๊อก และภาษีที่ต้องจ่าย บทความนี้อธิบายสองวิธีที่ผู้ขายในไทยเลือกใช้มากที่สุด โดยใช้การซื้อชุดเดียวกันคำนวณทั้งสองแบบ
วิธีคิดต้นทุนกำหนดอะไร
สมมติคุณซื้อเคสโทรศัพท์ 100 ชิ้นราคาชิ้นละ 50 บาทในเดือนมกราคม และซื้ออีก 100 ชิ้นราคา 60 บาทในเดือนมีนาคม บนชั้นวางสินค้าทั้งหมดเหมือนกันทุกชิ้น เมื่อขายไปหนึ่งชิ้น ต้นทุนที่บันทึกเป็นต้นทุนขาย (COGS) จะขึ้นกับวิธีที่ใช้ มูลค่าของสินค้าที่เหลือก็เช่นกัน
- FIFO (เข้าก่อน ออกก่อน) ถือว่าสินค้าที่ซื้อมาก่อนขายออกไปก่อน ต้นทุนขายจึงใช้ราคาซื้อเก่าสุด และสินค้าคงเหลือมีมูลค่าตามราคาซื้อล่าสุด
- ถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ คำนวณต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าแต่ละตัวใหม่ทุกครั้งที่รับสินค้าเข้า และทุกการขายใช้ต้นทุนเฉลี่ย ณ ขณะนั้น
- LIFO (เข้าหลัง ออกก่อน) ไม่อนุญาตให้ใช้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทย เช่นเดียวกับ IFRS
การซื้อชุดเดียวกัน คิดต้นทุนสองแบบ
รับสินค้า 100 ชิ้น ราคาชิ้นละ 50 บาท ขายไป 60 ชิ้น รับเพิ่ม 100 ชิ้น ราคาชิ้นละ 60 บาท แล้วขายอีก 90 ชิ้น รวมจ่ายไป 11,000 บาท และเหลือสินค้า 50 ชิ้น
| FIFO | ถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ | |
|---|---|---|
| ต้นทุน 60 ชิ้นแรกที่ขาย | 60 × 50 = 3,000 บาท | 60 × 50 = 3,000 บาท |
| ต้นทุนเฉลี่ยหลังรับครั้งที่ 2 | — (แยกตามล็อต) | (2,000 + 6,000) ÷ 140 = 57.14 บาท |
| ต้นทุน 90 ชิ้นถัดมา | 40 × 50 + 50 × 60 = 5,000 บาท | 90 × 57.14 = 5,142.86 บาท |
| ต้นทุนขายรวม | 8,000 บาท | 8,142.86 บาท |
| มูลค่าสินค้าคงเหลือ 50 ชิ้น | 50 × 60 = 3,000 บาท | 50 × 57.14 = 2,857.14 บาท |
ทั้งสองคอลัมน์รวมกันได้ 11,000 บาทเท่ากัน วิธีคิดต้นทุนไม่ได้เปลี่ยนเงินที่จ่ายไป แค่เปลี่ยนว่าต้นทุนไปตกอยู่ในงวดไหน เมื่อราคาซื้อสูงขึ้น FIFO จะแสดงต้นทุนขายต่ำกว่าและกำไรสูงกว่าในตอนนี้ ส่วนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่จะเกลี่ยราคาที่สูงขึ้นไปทุกการขาย
ดูต้นทุนเฉลี่ยเบื้องหลังทุกการขาย
Proterate Stock คำนวณต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ใหม่ทุกครั้งที่รับสินค้า และแสดงไว้บนบัตรสต๊อก นำเข้าสินค้าจาก Excel แล้วดูต้นทุนขายจริงได้ภายในสัปดาห์นี้ ราคา 499 บาท/เดือน
เริ่มใช้งานแบบไหนเหมาะกับร้านค้าออนไลน์
สำหรับผู้ขายที่มีสินค้าหลายร้อย SKU สั่งของเข้าบ่อย และราคาจากซัพพลายเออร์ขยับอยู่เรื่อยๆ ถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่มักเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงที่สุด สินค้าแต่ละตัวมีต้นทุนตัวเลขเดียว ไม่ต้องไล่ตามล็อต และรวมค่าขนส่งหรืออากรนำเข้าเข้าไปในต้นทุนเฉลี่ยได้ตั้งแต่ตอนรับสินค้า
FIFO เหมาะกับธุรกิจที่ติดตามล็อตอยู่แล้ว เช่น สินค้าที่มีวันหมดอายุ หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ซื้อมาในราคาต่างกันมาก และต้องการให้กำไรสะท้อนแต่ละล็อตอย่างใกล้ชิด
อย่าสับสนระหว่างการคิดต้นทุนกับการหยิบสินค้า การส่งกล่องที่เก่าที่สุดหรือใกล้หมดอายุที่สุดออกไปก่อน (FEFO) เป็นแนวทางที่ดีสำหรับเครื่องสำอางและอาหารเสริม ไม่ว่าบัญชีจะใช้วิธีคิดต้นทุนแบบไหน อย่างหนึ่งคือการหมุนเวียนของจริง อีกอย่างคือการคำนวณ
เรื่องภาษี และการเปลี่ยนวิธีภายหลัง
สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ประมวลรัษฎากรกำหนดให้ตีราคาสินค้าคงเหลือตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า และเมื่อเลือกวิธีแล้ว การเปลี่ยนวิธีต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร จึงควรเลือกวิธีที่ใช้ได้ต่อเนื่องในระยะยาว ไม่ใช่วิธีที่ทำให้ไตรมาสนี้ดูดี
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี กรุณายืนยันวิธีคิดต้นทุนกับนักบัญชีของคุณก่อนปิดงบครั้งแรก
Proterate Stock คิดต้นทุนอย่างไร
Proterate Stock ใช้ต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ ระบบคำนวณต้นทุนเฉลี่ยใหม่ทุกครั้งที่รับสินค้า ปันค่าขนส่งเข้าไปในใบรับสินค้าเพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยเป็นต้นทุนถึงคลังจริง และบัตรสต๊อกของสินค้าแต่ละตัวแสดงต้นทุนเฉลี่ยหลังทุกรายการเคลื่อนไหว ตัวเลข 57.14 บาทข้างบนจึงเปิดดูและไล่ย้อนที่มาได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องเชื่อเอาเอง
- รายงานมูลค่าสินค้าคงเหลือและต้นทุนขายที่กระทบยอดกับบัญชีสต๊อกได้
- ส่งออกเป็น XLSX สำหรับ Express, PEAK, FlowAccount หรือโปรแกรมของนักบัญชี
- ซ่อนคอลัมน์ต้นทุนจากพนักงานที่ไม่ควรเห็นกำไร
คำถามที่พบบ่อย
ถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่กับถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเหมือนกันไหม
ใช้สูตรเดียวกันแต่คำนวณคนละเวลา ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบงวดคำนวณค่าเฉลี่ยครั้งเดียวตอนปิดงวด ส่วนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่คำนวณใหม่หลังรับสินค้าทุกครั้ง แต่ละการขายจึงใช้ต้นทุนเฉลี่ย ณ วันนั้น
ในไทยใช้ LIFO ได้ไหม
ไม่ได้ มาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยไม่อนุญาตให้ใช้ LIFO กับสินค้าคงเหลือ เช่นเดียวกับ IFRS
วิธีไหนเสียภาษีน้อยกว่า
ถ้าราคาซื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ FIFO จะแสดงต้นทุนขายต่ำกว่า กำไรและภาษีในระยะสั้นจึงสูงกว่า ส่วนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่แสดงกำไรต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ตลอดอายุของสินค้า ต้นทุนรวมเท่ากัน วิธีคิดต้นทุนแค่ย้ายต้นทุนระหว่างงวด ไม่ได้ทำให้ต้นทุนหายไป
วิธีคิดต้นทุนเป็นตัวกำหนดว่าต้องส่งกล่องไหนก่อนหรือเปล่า
ไม่ใช่ การคิดต้นทุนคือวิธีที่บัญชีตีมูลค่าการขาย ส่วนจะหยิบชิ้นไหนก่อน เก่าสุดหรือใกล้หมดอายุสุด เป็นเรื่องของการจัดการคลัง และควรทำอย่างเป็นระบบไม่ว่าจะใช้วิธีไหน